อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
เกี่ยวกับสถานที่นี้
อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีพื้นที่ 1,023.38 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น มีทิวเขาสลับซับซ้อนที่วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ขนานกัน ทั้งทางทิศตะวันตกและตะวันออก แบ่งพื้นที่ออกเป็นฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก สองฝั่งแม่น้ำเป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะเห็นป่าเปลี่ยนสีสวยงามมาก
ในเขตทิวเขาประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา พบสัตว์ป่าหายากหลายชนิด เช่น นกยูง ซึ่งมีอยู่หลายฝูง เสือดาว เสือดำ หมี กวาง หมาป่า และหมาใน มีสัตว์ป่าหลายชนิดที่สำคัญ คือ ช้างป่า วัวแดง และกระทิง ซึ่งจะอพยพไปมาระหว่างเขตติดต่อประเทศไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ได้แก่
"ผาชู้" บริเวณเชิงผาชู้เป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ ในฤดูหนาวสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้จากยอดผาชู้ และเมื่อหมอกจางจะมองเห็นลำน้ำน่านทอดตัวคดเคี้ยวอยู่ที่ปลายผืนป่า เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและลำน้ำน่านที่ทอดตัวคดเคี้ยวสวยงามมาก ระยะทาง 2 กิโลเมตร ช่วงใกล้ขึ้นถึงยอดผาเป็นหินแหลมคม จึงต้องเตรียมรองเท้าผ้าใบที่ใส่กระชับไปด้วยเพื่อความสะดวกในการปีนป่าย ใช้เวลาในการเดินไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้ที่ประสงค์จะเดินขึ้นยอดผาชู้ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางที่อุทยานฯ ตามตำนานเกี่ยวกับผาชู้เล่ากันว่า เจ้าเอื้องผึ้งซึ่งเป็นคู่รักกับเจ้าจันทน์ผา จำใจต้องแต่งงานกับเจ้าจ๋วง เจ้าเอื้องผึ้งเสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับคนที่ตนเองรักจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดจากหน้าผา เจ้าจันทน์ผาตามมาพบว่าเจ้าเอื้องผึ้งได้กระโดดหน้าผาไปแล้ว จึงกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายตามคนรัก ตกไปอยู่ใกล้กัน และเจ้าจ๋วงเห็นหญิงที่ตนรักกระโดดหน้าผาไปจึงรู้สึกเสียใจและตัดสินใจกระโดดหน้าผาตามลงไปด้วย แต่กระเด็นห่างออกไป ด้วยความรักแท้ระหว่างเจ้าเอื้องผึ้งและเจ้าจันทน์ผา ในชาติต่อมาเจ้าเอื้องผึ้งจึงเกิดเป็นดอกกล้วยไม้เกาะอยู่ใต้ต้นจันทน์ผา และเจ้าจ๋วงก็เกิดเป็นต้นสน ณ จุดที่ตกไปนั้นเอง (“จ๋วง” เป็นภาษาเหนือ แปลว่าต้นสน “เอื้องผึ้ง” แปลว่ากล้วยไม้) หน้าผาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “ผาชู้” นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
"ผาหัวสิงห์และดอยเสมอดาว" ตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 16 สายนาน้อย-ปางไฮ เป็นจุดชมทิวทัศน์บนยอดหน้าผาสูง มองเห็นทิวทัศน์ได้ 360 องศา มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา เหมาะสำหรับการพักผ่อน ดูดาว ดูพระอาทิตย์ตก หากจะเดินขึ้นไปบนผาสิงห์ ซึ่งเป็นหน้าผาที่มีรูปร่างคล้ายหัวสิงห์ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางจากอุทยานฯ ระหว่างทางจะพบต้นจันทน์ผาซึ่งเป็นพันธุ์ไม้เด่น จากผาสิงห์สามารถมองเห็นอำเภอนาน้อย อำเภอเวียงสา และแม่น้ำน่านได้
"เสาดินนาน้อย" (ฮ่อมจ๊อม) และ คอกเสือ ตั้งอยู่ตำบลเชียงของ ห่างจากตัวเมืองน่าน 60 กิโลเมตร เป็นเสาดินที่มีลักษณะแปลกตา เกิดจากการพังทลายของดิน ประกอบกับการกัดเซาะของน้ำและลมตามธรรมชาติ มีลักษณะคล้าย “แพะเมืองผี” จังหวัดแพร่ นักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 10,000-30,000 ปีมาแล้ว เคยเป็นก้นทะเลมาก่อน และจากหลักฐานการค้นพบกำไลหินและขวานโบราณที่นี่ ซึ่งปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน แสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้อาจเคยเป็นแหล่งอาศัยของมนุษย์ยุคหินเก่า
"แก่งหลวง" เป็นเกาะแก่งตามธรรมชาติ เกิดจากกระแสน้ำแม่น้ำน่านไหลผ่านโขดหินที่กระจายอยู่กลางแม่น้ำ ในหน้าน้ำจะได้ยินเสียงน้ำกระทบโขดหินดังกึกก้อง ยามหน้าแล้งจะมองเห็นแนวโขดหินและหาดทรายสีขาวเป็นแนวยาวตามริมฝั่งแม่น้ำน่าน สามารถลงเล่นน้ำได้ช่วงหน้าแล้ง เดือนเมษายนเท่านั้น เพราะหน้าฝน น้ำจะเชี่ยวมากและเป็นอันตราย
อัตราค่าบริการเข้าอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานฯ มีบ้านพักรับรองและพื้นที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว แต่ต้องเตรียมอาหารไปเอง
สอบถามข้อมูล อุทยานแห่งชาติศรีน่าน โทร. 0 5470 1106, 09 8685 3293, 09 3242 2914 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) โทร. 0 5462 6700 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 เว็บไซต์ www.dnp.go.th
แกลเลอรี
สิ่งอำนวยความสะดวก
- ที่จอดรถ
- ห้องน้ำ
ค่าเข้าชม
Thai Adult: ฿20, Child: ฿10 / Foreigner Adult: ฿100, Child: ฿50
ติดต่อ
ที่พักใกล้เคียง
ค้นหาโรงแรมยอดนิยมใกล้ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
ค้นหาที่พักดูต้นฉบับ
พักใกล้กับ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
Best rated places to stay near this location, selected for you.