อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1256
ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 7 ประจำปี 2551 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติภาคเหนือ จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
เกี่ยวกับสถานที่นี้
อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีพื้นที่ทั้งหมด 1,704 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 8 อำเภอในจังหวัดน่าน คือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอท่าวังผา อำเภอปัว อำเภอเชียงกลาง อำเภอทุ่งช้าง อำเภอบ่อเกลือ อำเภอสันติสุข และอำเภอแม่จริม สภาพภูมิประเทศประกอบด้วยแนวภูเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของปลายเทือกเขาหิมาลัย โดยมียอดภูคาเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดน่าน สูงถึง 1,980 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง และเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว และลำน้ำว้า สภาพป่าประกอบด้วยป่าดงดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าสนธรรมชาติ และทุ่งหญ้า เป็นแหล่งของพันธุ์ไม้หายากใกล้สูญพันธุ์และพรรณไม้เฉพาะถิ่น ได้แก่ ต้นชมพูภูคา (Bretschneidera sinensis Hemsl.) ซึ่งเป็นพืชหายากในประเทศไทย เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงถึง 25 เมตร ออกดอกช่วงเดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคม พบเพียงแห่งเดียวที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
นอกจากนี้ เขตป่าดิบยังเป็นแหล่งกำเนิดต้นเต่าร้างยักษ์ พรรณไม้เฉพาะถิ่นของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา เป็นปาล์มดึกดำบรรพ์ เมเปิลใบห้าแฉก แตกต่างจากเมเปิลที่อื่นซึ่งมีสามแฉก และกระโถนพระฤๅษี เป็นต้น และยังเป็นแหล่งนกเฉพาะถิ่นที่หายาก คือ นกมุ่นรกตาแดง นกพญาไฟใหญ่ และนกพงใหญ่พันธุ์อินเดีย เดิมบริเวณนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน ก่อนจะเกิดการเคลื่อนตัวของแผ่นดินสองผืนใต้ทะเลเลื่อนเข้าหากัน ทำให้แผ่นดินโก่งตัวขึ้น น้ำทะเลใต้ดินระเหยไป เหลือเพียงสินแร่เกลือ ดังที่พบในอำเภอบ่อเกลือ และการค้นพบสุสานหอยทะเล อายุประมาณ 200 ล้านปี บนดอยภูแวที่บ้านค้างฮ่อ ตำบลสะกาด อำเภอปัว มีลักษณะเป็นหอยแครงสองฝา ดร.จงพันธ์ จงลักษณ์มณี นักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี สรุปว่าเป็นซากหอยที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Paleocardita sp. อายุ 195-205 ล้านปี จัดอยู่ในยุคไทรแอสซิกตอนปลาย
สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ได้แก่
ต้นชมพูภูคา ดอยภูคานับเป็นบ้านแห่งสุดท้ายของต้นชมพูภูคา พันธุ์ไม้หิมาลัย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ดร.ธวัชชัย สันติสุข ผู้เชี่ยวชาญพฤกษศาสตร์ป่าไม้ กรมป่าไม้ เป็นผู้สำรวจพบเป็นครั้งแรกในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ทุกปีในเดือนกุมภาพันธ์ ดอกชมพูภูคาจะผลิดอกตามปลายกิ่งเป็นช่อสีชมพู ยาว 30-35 เซนติเมตร เมื่อบานจะทำให้ช่อดอกเป็นพุ่มสวยงาม
ชมพูภูคาเป็นพันธุ์ไม้ที่เคยมีการสำรวจพบตามหุบเขาแถบมณฑลยูนนาน ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนและทางเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จากนั้นก็ไม่มีรายงานการค้นพบพืชชนิดนี้อีก พื้นที่ป่าดิบเขาดอยภูคาจึงอาจเป็นแหล่งกำเนิดสุดท้ายของชมพูภูคา ซึ่งเป็นไม้หายากใกล้สูญพันธุ์ชนิดหนึ่งของโลก จุดชมต้นชมพูภูคาที่เข้าถึงง่ายที่สุดอยู่ริมถนน ห่างจากที่ทำการฯ ไป 5 กิโลเมตร
เส้นทางศึกษาธรรมชาติชมพูภูคา จัดไว้ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางศึกษาธรรมชาติดอกชมพูภูคา มีทั้งเส้นรอบใหญ่ ระยะทาง 4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 3 ชั่วโมง และเส้นทางรอบเล็ก ระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งจะพบพันธุ์ไม้ที่หายากและพันธุ์เฉพาะถิ่นสมุนไพร เป็นต้น และเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าดึกดำบรรพ์ (ดอยดงหญ้าหวาย) ระยะทาง 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 5 ชั่วโมง เป็นแหล่งดูนก มีนกไต่ไม้สีสวยที่พบเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยและนกชนิดอื่น ๆ ด้วย
จุดชมวิว 1715 ตั้งอยู่บนเส้นทางสายปัว-บ่อเกลือ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยภูคา 8 กิโลเมตร มีความสูง 1,715 จากระดับทะเลปานกลาง เป็นจุดชมทิวทัศน์ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา สามารถเห็นทัศนียภาพของทิวเขาสลับซับซ้อน หากต้องการดูทะเลหมอกต้องมาช่วงฤดูฝน
น้ำตกศิลาเพชร ตั้งอยู่บ้านป่าตอง ตำบลศิลาเพชร สายน้ำไหลตกลงมาจากหน้าผาหลายชั้นลดหลั่นกันไป เหมาะกับการเล่นน้ำ และมีผีเสื้อสีสวยให้ชมด้วย ห่างจากตัวจังหวัด 71 กิโลเมตร
ถ้ำผาแดง ตั้งอยู่บ้านมณีพฤกษ์ ตำบลงอบ เป็นถ้ำที่มีความยาวที่สุดในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม ยังมีน้ำตกและลำธารขนาดใหญ่ภายในถ้ำอีกด้วย ในอดีตถ้ำผาแดงเป็นฐานที่ตั้งหลบภัยของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ภายในถ้ำยังปรากฏร่องรอยของที่พัก เตียงนอนทหาร เตียงนอนคนไข้ บางเตียงยังอยู่ในสภาพที่ใช้ได้ หลุมที่ฝังซ่อนอาวุธ เศษถาดอาหาร (ถาดหลุม) และเครื่องใช้ ต้องเดินเท้าประมาณ 3 ชั่วโมง ลัดเลาะเนินเขา ซึ่งจะได้ชมความสวยงามของธรรมชาติ พันธุ์ไม้ และสัตว์ป่าต่าง ๆ
ถ้ำผาฆ้อง เป็นถ้ำขนาดกลาง บริเวณปากถ้ำมีขนาดเล็ก ในถ้ำมีคูหาซึ่งมีหินงอกหินย้อย มีทางน้ำไหลผ่าน พื้นถ้ำเป็นดินเหนียวลื่นมาก ไม่ควรเข้าชมในช่วงฤดูฝน เพราะอาจมีน้ำท่วมในถ้ำ ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง
น้ำตกต้นตอง เป็นน้ำตกหินปูนที่อยู่ห่างจากอุทยานฯ 3 กิโลเมตร ถึงแยกบ้านเต๋ย ขับรถไปอีก 800 เมตร แล้วเดินต่ออีก 200 เมตร เป็นทางเดินลาดชัน น้ำตกต้นตองเป็นน้ำตกหินปูนขนาดกลาง มี 3 ชั้น สูง 60 เมตร บนโตรกผามีพืชชุ่มน้ำ เช่น ตะไคร่น้ำ เฟิร์นเกาะเขียวขจี ในหน้าน้ำ น้ำตกจะสีขุ่นแดง
ดอยภูแว เป็นยอดดอยที่มีความสูงชัน สูงจากระดับทะเลปานกลาง 1,837 เมตร เป็นเทือกเขาเดียวกับภูเขาอัลไต มีลักษณะโดดเด่นคือปราศจากต้นไม้ใหญ่ เป็นทุ่งหญ้าบนดอย อีกทั้งยังมีลานหินและหน้าผาสูงชัน เช่น ผาแอ่น ผาผึ้ง ดอยภูแว ค้นพบสุสานหอยซึ่งเป็นหอยทะเลอายุประมาณ 218 ล้านปี ที่บริเวณบ้านค้างฮ่อ อำเภอทุ่งช้าง จากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยภูคาที่ 9 (บ้านด่าน) นักท่องเที่ยวต้องเดินทางเท้าขึ้นยอดดอยภูแว ระยะทาง 8 กิโลเมตร มีลูกหาบบริการ
น้ำตกภูฟ้า เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา สูง 140 เมตร มีทั้งหมด 12 ชั้น ใช้เวลาไป-กลับและชมน้ำตกประมาณ 2 วัน ควรติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง
อัตราค่าบริการเข้าอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานฯ มีบ้านพัก สถานที่กางเต็นท์ และร้านค้าสวัสดิการไว้บริการนักท่องเที่ยว
สอบถามข้อมูล อุทยานแห่งชาติดอยภูคา โทร. 0 5470 1000, 08 1881 6785, 08 2194 1349 ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 โทร. 0 5462 6770 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760 เว็บไซต์ www.dnp.go.th
เวลาทำการ
แกลเลอรี
สิ่งอำนวยความสะดวก
- ที่จอดรถ
- ห้องน้ำ
ค่าเข้าชม
Thai Adult: ฿40, Child: ฿20 / Foreigner Adult: ฿200, Child: ฿100
ที่พักใกล้เคียง
ค้นหาโรงแรมยอดนิยมใกล้ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
ค้นหาที่พักดูต้นฉบับ
พักใกล้กับ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา
Best rated places to stay near this location, selected for you.