อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ
อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ มีพื้นที่ประมาณ 80 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอสิรินธรและอำเภอโขงเจียม ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงและเนินเขาเตี้ย มียอดเขาบรรทัดเป็นจุดสูงสุด สภาพป่าทั่วไปมีต้นไม้ลักษณะแคระแกร็น บางส่วนเป็นทุ่งหญ้า มีแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงไหลผ่าน โดยมีที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูลบริเวณแก่งตะนะ
คำว่า “ตะนะ” จากการเล่าขานตามความเชื่อของชาวบ้านและประชาชนทั่วไป เดิมมาจากคำว่า “มรณะ” เนื่องจากบริเวณแก่งตะนะนี้มีกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากและมีโขดหินใหญ่น้อยอยู่ทั่วไป ตลอดจนมีถ้ำใต้น้ำอยู่หลายแห่ง ชาวบ้านที่สัญจรทางน้ำหรือออกจับปลามักประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอยู่เป็นประจำ ชาวบ้านจึงเรียกแก่งนี้ว่า “แก่งมรณะ” แต่ต่อมาได้เรียกว่า “แก่งตะนะ” จึงตั้งเป็นชื่ออุทยานแห่งชาติ
เกี่ยวกับสถานที่นี้
สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ ได้แก่
- ดอนตะนะ เป็นเกาะกลางที่เกิดขวางแม่น้ำมูล มีความกว้าง 450 เมตร ยาว 700 เมตร มีสะพานแขวนทอดข้ามทั้งสองด้านของเกาะ ทางตอนเหนือของดอนตะนะมีหาดทรายเหมาะแก่การพักผ่อน บนดอนตะนะยังมีป่าอยู่ทั่วไป เป็นป่าดงดิบแล้ง มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น ในช่วงเช้าและช่วงเย็นมีการทำประมงพื้นบ้านรอบ ๆ เกาะ
- แก่งตะนะ เป็นเกาะกลางลำน้ำมูลที่ใหญ่ที่สุด กลางแก่งตะนะมีโขดหินทรายขนาดใหญ่ เกิดจากกระแสน้ำมูลที่กัดเซาะลงในแนวหินสูงประมาณ 1 เมตร เกาะกลางแก่งตะนะมีสิ่งก่อสร้างรูปสี่เหลี่ยม สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องชี้ร่องน้ำในการเดินเรือในสมัยฝรั่งเศสล่าอาณานิคม บริเวณแก่งตะนะมีสายน้ำที่เชี่ยวและลึก ใต้ท้องน้ำเป็นหลุมหิน โขดหิน ทั้งยังมีโพรงถ้ำใต้น้ำหลายแห่ง จึงทำให้มีปลามาอาศัยในบริเวณแก่งตะนะชุกชุม ช่วงที่เหมาะในการเดินทางท่องเที่ยวคือเดือนพฤศจิกายน-เดือนมิถุนายน
- สะพานแขวน เป็นสะพานที่เชื่อมจากฝั่งที่ทำการอุทยานฯ กับดอนตะนะ โครงสร้างเป็นเหล็กยึดโยงด้วยลวดสลิงขนาดใหญ่ เป็นจุดชมทิวทัศน์สองฝั่งของแม่น้ำมูลและเดินข้ามเข้าไปชมธรรมชาติบนดอนตะนะได้
- ถ้ำพระ เป็นชะง่อนผายื่นออกจากฝั่งแม่น้ำมูล กว้าง 45 เมตร ลึก 10 เมตร ภายในถ้ำพบศิลาจารึกและแท่นศึวลึงค์ (ฐานโยนี) อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 สมัยพระเจ้าศรีมเหนทรวรมัน (เจ้าชายจิตรเสน) ปัจจุบันศิลาจารึกตัวจริงได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี และกรมศิลปากรได้จำลองศิลาจารึกประดิษฐานไว้แทน
- เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกรากไทร อยู่ในเส้นทางเดียวกับถ้ำพระ มีเส้นทางเดินเลียบหน้าผาระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาตามหน้าผาผ่านรากไทรริมฝั่งแม่น้ำมูล มองดูคล้ายม่านมู่ลี่ มีพันธุ์ไม้จำพวกไลเคน มอส เฟิร์น ขึ้นอยู่ทั่วบริเวณ ทำให้บริเวณนี้มีอากาศสดชื่นเย็นสบาย เหมาะสำหรับการเดินป่าชมธรรมชาติในช่วงเวลาสั้น ๆ
- ลานผาผึ้ง เป็นพลาญหินทรายและหน้าผาชัน โดยหน้าผาหันหน้าสู่ด้านทิศตะวันออก เหมาะแก่การชมทิวทัศน์ช่วงพระอาทิตย์ขึ้น และมองเห็น สปป.ลาว ได้ ในช่วงเดือนตุลาคม-เดือนธันวาคมจะได้ชมดอกไม้ป่า เช่น ดุสิตา สร้อยสุวรรณา กระดุมเงิน หยาดน้ำค้าง และแววมยุรา เป็นต้น
- น้ำตกตาดโตน เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามแห่งหนึ่ง เกิดจากลำห้วยตาดโตนไหลผ่านลานหินแล้วตกลงสู่เบื้องล่าง เกิดเป็นแอ่งน้ำเย็นใสสะอาด สามารถลงเล่นได้ บริเวณโดยรอบเป็นป่าไม้และดอกไม้นานาพรรณ ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยวชมคือระหว่างเดือนกันยายน-เดือนธันวาคมของทุกปี
- แซห้วยหมาก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 10 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่บ้านห้วยหมากใต้ ตำบลโขงเจียม แซห้วยหมากเกิดจากน้ำในลำห้วยหมากไหลซอกซอนผ่านพลาญหินเป็นชั้น ๆ กว้างประมาณ 50 เมตร ยาวประมาณ 150 เมตร ทอดต่ำลดหลั่นลงไปก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยวชมคือระหว่างเดือนกันยายน-เดือนธันวาคมของทุกปี
เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.
อัตราค่าบริการเข้าอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก อุทยานฯ มีบ้านพัก จุดกางเต็นท์ ร้านอาหาร ร้านค้าสวัสดิการ และร้านขายของที่ระลึกให้บริการ
สอบถามข้อมูล อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ โทร. 0 4525 2722-3 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร. 0 2562 0760
เวลาทำการ
แกลเลอรี
สิ่งอำนวยความสะดวก
- ที่จอดรถ
ค่าเข้าชม
Thai Adult: ฿20, Child: ฿10 / Foreigner Adult: ฿100, Child: ฿50
ติดต่อ
ที่พักใกล้เคียง
ค้นหาโรงแรมยอดนิยมใกล้ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ
ค้นหาที่พักดูต้นฉบับ
พักใกล้กับ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ
Best rated places to stay near this location, selected for you.