สงขลา สถานที่ท่องเที่ยว
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา
ถนนนางงาม
ตั้งอยู่ที่ถนนนางงาม เป็นอาคารแบบจีน บริเวณใกล้เคียงเป็นแหล่งขายอาหารและขนมพื้นเมือง
เกี่ยวกับสถานที่นี้
เมืองสงขลาเป็นเมืองที่เงียบสงบชาวเมืองมีชีวิตความเป็นอยู่เรียบง่ายต่างจากหาดใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าของจังหวัดมีตึกเก่าโบราณที่ยังคงความสมบูรณ์สร้างแบบชิโน-โปรตุกีสตามถนนนครในนครนอกนางงามและยะลา มีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลาเป็นอาคารแบบจีนตั้งอยู่ที่ถนนนางงามสร้างขึ้นมาพร้อมกับการสร้างเมืองสงขลา และที่ถนนนางงามยังเป็นแหล่งอาหารพื้นเมืองและขนมไทย ๆ ฝีมือชาวบ้านให้เลือกซื้อหาเป็นของฝากเช่นขนมสัมปะนีทองม้วนทองพลับหรือเต้าฮวยที่ขายมากว่า 50 ปีที่ตรงข้ามศาลหลักเมืองและยังมีข้าวตูฝีมือดั้งเดิมให้ได้ลิ้มลองอีกด้วย ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเป็นโบราณสถานสมัยรัตนโกสินทร์ลักษณะเป็นศาลเจ้าแบบเก๋งจีนสร้างสมัยพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) เป็นผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาภายในศาลเป็นที่ประดิษฐานหลักเมืองทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์โดยมีความเป็นมาดังนี้ในปี พ.ศ. 2385 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) จัดการฝังหลักชัยเมืองสงขลาทรงพระราชทานไม้ชัยพฤกษ์หลักชัยต้นหนึ่งกับเทียนชัยเล่มหนึ่งพร้อมด้วยเครื่องไทยทานต่าง ๆ และโปรดเกล้าฯ ให้พระอุดมปิฏกออกไปเป็นประธานด้านพุทธพิธีพร้อมด้วยฐานานุกรมเปรียญ 8 รูปและโปรดเกล้าณให้พระครูอัฏฏาจารย์พราหมณ์ออกไปเป็นประธานฝ่ายพิธีพราหมณ์ 8 นาย งานฝังหลักชัยเริ่มด้วยพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) เจ้าเมืองสงขลาได้เกณฑ์กรมการและไพร่จัดการทำโรงพิธีใหญ่ขึ้นกลางเมืองสงขลาคือหน้าศาลเจ้าหลักเมืองถนนนางงามอำเภอเมืองโดยตั้งโรงพิธี 4 ทิศในวันพิธีได้จัดขบวนแห่หลักไม้ชัยพฤกษ์กับเทียนชัยเป็นขบวนใหญ่มีทั้งชาวจีนและชาวไทยแห่ไปยังโรงพิธีพระสงฆ์ราชาคณะฐานานุกรมเจริญพระปริตรพร้อมกับพระครูสวดตามไสยเวทเมื่อได้เวลาอุดมฤกษ์เดือน 4 ขึ้น 10 ค่ำปีขาลจัตวาศกจุลศักราช 1204 (พ.ศ. 2385) เวลา 7 นาฬิกา 10 นาทีตรงกับวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2385 พระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) กับพระครูอัษฏาจารย์พราหมณ์อัญเชิญหลักไม้ชัยพฤกษ์ลงฝังที่ใจกลางเมืองสงขลาซึ่งเรียกกันว่า "หลักเมือง" จนทุกวันนี้ ภายหลังการฝังหลักเมืองเสร็จตามพิธีแล้วมีมหรสพสมโภช 5 วัน 5 คืนในงานมีทั้งละครหรือโขนร้อง 1 โรงหุ่น 1 โรงงิ้ว 1 โรงละครชาตรี (โนรา) 4 โรงพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ได้ถวายอาหารบิณฑบาตแก่พระพระสงฆ์ 22 รูปต่อมาพระยาสงขลา (เถี้ยนเส้ง) ได้ให้ช่างสร้างตึกคร่อมหลักเมืองไว้ 3 หลังเป็นตึกจีนและสร้างศาลเจ้าเสื้อเมืองอีกหนึ่งหลังครั้น พ.ศ. 2460 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนลพบุรีราเมศวร์อุปราชมณฑลปักษ์ใต้ได้มีลายพระหัตถ์แจ้งว่าหลักเมืองจังหวัดสงขลาปลวกกัดชำรุดพ่อค้าและประชาชนจังหวัดสงขลา จึงช่วยกันออกเงินทำเสาหลักเมืองด้วยซีเมนต์คอนกรีตเพื่อจะได้อยู่อย่างถาวรอุดมฤกษ์ในการวางเสาหลักเมืองตรงกับวันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2460 เดือน 4 แรม 4 ค่ำเวลา 7 นาฬิกา 22 นาที 36 วินาทีก่อนเที่ยงโหรสี่คนถือก้อนดินยืนประจำทั้ง 4 ทิศแล้ววางก้อนดินลงในหลุมหลักเมืองจากนั้นจึงเชิญเสาหลักลงหลุมแล้วกลบดินเป็นปฐมฤกษ์จนถึงเวลา 8 นาฬิกากับ 41 นาที 36 วินาทีก่อนเที่ยงถือเป็นฤกษ์ดีที่สุด (กองจดหมายเหตุแห่งชาติ,2460: ม. 12/19) เสาหลักเมืองนี้จึงอยู่คู่เมืองสงขลาและเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองสงขลาตราบจนทุกวันนี้ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนศาลเจ้าหลักเมืองเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2478 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 โดยมีอาณาเขตคือทิศเหนือยาว 13 วาทิศตะวันออกยาว 1 เส้น 5 วาทิศใต้ยาว 13 วาทิศตะวันตกยาว 1 เส้น 5 วา เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 07.00-17.00 น.
เวลาทำการ
วันจันทร์ 07:00 - 17:00
วันพฤหัสบดี 07:00 - 17:00
วันพุธ 07:00 - 17:00
วันศุกร์ 07:00 - 17:00
วันอังคาร 07:00 - 17:00
วันอาทิตย์ 07:00 - 17:00
วันเสาร์ 07:00 - 17:00
ค่าเข้าชม
ฟรี
ไม่มีค่าเข้าชม
ที่พักใกล้เคียง
ค้นหาโรงแรมยอดนิยมใกล้ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา
ค้นหาที่พัก ที่มา: tatdataapi.io
ดูต้นฉบับ
ดูต้นฉบับ
Accommodation
พักใกล้กับ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา
Best rated places to stay near this location, selected for you.