เกาะลันตาใหญ่
เกาะลันตา แบ่งออกเป็น เกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่
About this Place
เกาะลันตา แบ่งออกเป็น เกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่
“เกาะลันตาน้อย” อยู่ใกล้ชายฝั่งมากกว่า พื้นที่ส่วนใหญ่บนเกาะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ชุมชน ศูนย์ราชการ
“เกาะลันตาใหญ่” อยู่ทางตอนใต้ของเกาะลันตาน้อย ทางฝั่งตะวันออกของเกาะเป็นที่ตั้งของชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งชุมชนเก่าแก่ของเกาะ คือ ชุมชนบ้านศรีรายา ทางฝั่งตะวันตกของเกาะมีชายหาดสวยหลายแห่ง เช่น หาดคอกวาง หาดคลองดาว หาดพระแอะ หาดคลองโขง หาดคลองนิน หาดคลองหิน หาดบากันเตียง อ่าวนุ้ย หาดคลองจาก หาดไม้ไผ่ ซึ่งต่างคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว ทางใต้สุดของเกาะเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา มีแลนด์มาร์กของเกาะตั้งอยู่ปลายแหลมในพื้นที่อุทยานฯ คือ ประภาคารปัชโชติวชิราภา ส่วนทางฝั่งตะวันออกของเกาะเป็นที่ตั้งของชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งชุมชนเก่าแก่ของเกาะ คือ ชุมชนบ้านศรีรายา นอกจากนี้ยังมีชุมชนชาวเลพื้นเมืองหรือ ชาวอูรักลาโว้ย เป็นกลุ่มชนดั้งเดิมที่อาศัยบนเกาะลันตาเมื่อประมาณ 500 กว่าปีมาแล้ว ประกอบด้วย ชุมชนโต๊ะบาหลิว (ใกล้ท่าเรือศาลาด่าน) ชุมชนบ้านสังกาอู้ ชุมชนบ้านแหลมเหนือ และชุมชนบ้านแหลมกลาง (ทางตอนใต้ของเกาะลันตาใหญ่) ชาวบ้านท้องถิ่นในชุมชนเหล่านี้ต่างมีวิถีชีวิตเรียบง่าย ผูกพันกับท้องทะเล ยึดมั่นในประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิม
แหล่งท่องเที่ยวบนเกาะลันตาใหญ่
"สะพานสิริลันตา" สะพานคอนกรีตสำหรับรถยนต์สัญจรข้ามไปมาระหว่างเกาะลันตาน้อยและเกาะลันตาใหญ่ มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร มี 2 ช่องจราจร และมีช่องทางเดินเท้าให้เดินขึ้นไปชมทิวทัศน์บนสะพานได้ด้วย
"ชุมชนเมืองเก่าลันตา" (ชุมชนบ้านศรีรายา) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะลันตาใหญ่ เมื่อย้อนไปหลายร้อยปี มีกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลที่ทำมาหากินและอาศัยอยู่ตามเกาะต่าง ๆ ในทะเลอันดามัน ต่อมาได้ขึ้นมาตั้งรกรากที่เกาะลันตา ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มชาวจีนที่เดินเรือสินค้าเริ่มทยอยเข้ามาตั้งรกรากเช่นกัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2444 เกาะลันตาได้รับการยกฐานะตั้งขึ้นเป็นอำเภอ และได้มีการก่อสร้างที่ว่าการอำเภอเกาะลันตาขึ้นในพื้นที่ชุมชนเมืองเก่าลันตาปัจจุบัน โดยมีลักษณะเป็นอาคารไม้สองชั้น รูปแบบผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมท้องถิ่นภาคใต้และสถาปัตยกรรมตะวันตก บริเวณพื้นที่ก่อสร้างที่ว่าการอำเภอและละแวกใกล้เคียงนั้น กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลได้เรียกว่า “ปาไตรยา” มีความหมายว่า หาดของหลวงหรือหาดเจ้านาย ต่อมาเกิดการกลายเสียงเป็น “ศรีรายา” เป็นชื่อเรียกของชุมชนดั้งเดิมบนเกาะมาจนถึงปัจจุบัน ชุมชนบ้านศรีรายา (ชุมชนเมืองเก่าลันตา) ยังคงอนุรักษ์อาคารไม้เก่าแก่ไว้เป็นอย่างดี มีการดัดแปลงจากที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชุมชนให้เป็นร้านอาหาร คาเฟ ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก และที่พักแนวเกสต์เฮาส์ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว บริเวณชุมชนบ้านศรีรายา ยังมีท่าเรือสำหรับข้ามไปเที่ยวเกาะต่าง ๆ ใกล้กับเกาะลันตา เช่น เกาะปอ เป็นต้น
"หาดพระแอะ" ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะลันตาใหญ่ มีความยาวของหาดเป็นกิโลเมตร หน้าหาดกว้าง เม็ดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าครามสวย เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว หาดพระแอะจะมีที่พักระดับดี สลับกับร้านอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งกระจายตลอดแนวหาด แต่ด้วยความที่มีหน้าหาดกว้าง ทำให้บรรยากาศดูไม่แออัด มองแล้วสบายตา
"หาดคลองนิน" ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะลันตาใหญ่ ชายหาดมีความยาวเป็นกิโลเมตร ทรายที่หาดคลองนินจะมีสีเข้มกว่าหาดพระแอะ แต่ละเอียดนุ่มเท้า น้ำทะเลสะอาดใส ตลอดแนวหาดคลองนินมีเตียงผ้าใบ ร้านอาหารและบาร์ริมหาด สายปาร์ตี้และผู้ที่ชอบความครื้นเครง น่าจะชอบหาดนี้ ในช่วงกลางคืนที่หาดนี้มีโชว์ควงกระบองไฟและปาร์ตี้ริมหาดด้วย
"หาดบากันเตียง" ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะลันตาใหญ่ ชายหาดมีความโค้งเว้าคล้ายพระจันทร์เสี้ยว น้ำทะเลใสสะอาด เหมาะกับการเล่นน้ำ บรรยากาศหาดบากันเตียงค่อนข้างเงียบสงบ ริมหาดมีที่พักซึ่งส่วนใหญ่เป็นบังกะโลแบบคอตเทจ ตั้งกระจายห่างกัน ไม่แออัดมาก หาดนี้คลื่นลมไม่ค่อยแรง เหมาะกับการเล่นน้ำและเล่นกีฬาทางน้ำ และเป็นหาดที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบครอบครัวด้วย
"อ่าวนุ้ย" ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะลันตาใหญ่ เป็นหาดเล็ก ๆ ตั้งอยู่ทางใต้ถัดจากหาดบากันเตียง จากถนนใหญ่ต้องจอดรถไว้ข้างทาง และเดินลงเนินเขาประมาณ 20 เมตร มายังหาดอ่าวนุ้ย อ่าวนุ้ยไม่มีที่พัก แต่มี Beach Bar หนึ่งแห่งให้บริการ
"แหลมโตนด อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา" ตั้งอยู่ทางใต้สุดของเกาะลันตาใหญ่ เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา มีไฮไลต์เด่นและถือเป็นแลนด์มาร์กของเกาะลันตา คือ “ประภาคารปัชโชติวชิราภา”ตั้งอยู่บนแหลมโตนด ประภาคารนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2470 ได้รับพระราชทานนามโดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ต่อมาประภาคารได้ชำรุดทรุดโทรมลงจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ ทางราชการจึงได้สร้างขึ้นมาใหม่ใกล้บริเวณเดิม และเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2514 ใช้ตะเกียงก๊าซอเซทีลีน และต่อมาได้เปลี่ยนเป็นตะเกียงระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ลักษณะเป็นดวงไฟสีขาว สว่างวาบ 3 ครั้ง ต่อเนื่องกัน ทุก ๆ 15 วินาที สามารถมองเห็นจากระยะไกล 12 ไมล์ทะเล ปัจจุบันประภาคารนี้อยู่ในความดูแลของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท จักรยานยนต์ 20 บาท
บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีลานกางเต็นท์และจุดจอดรถบ้านให้บริการนักท่องเที่ยว หากนำเต็นท์มาเอง ค่าสถานที่คนละ 80 บาท/คน/คืน หากเช่าเต็นท์อุทยานฯ 450 บาท/หลัง/คืน ไม่รวมเครื่องนอน สามารถนอนได้เต็นท์ละ 2-3 คน ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า สามารถ Walk in มาได้เลย ค่าธรรมเนียมพื้นที่สำหรับจอดรถบ้าน เริ่มต้นที่ 200-600 บาท/คัน/คืน ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดรถ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีร้านอาหารสวัสดิการเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. สอบถามข้อมูล โทร. 0 7565 6576
"ทุ่งหยีเพ็ง" หรือหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทุ่งหยีเพ็ง ตั้งอยู่ทางด้านฝั่งตะวันออกของเกาะลันตาใหญ่ ห่างจากท่าเรือศาลาด่าน 7 กิโลเมตร มีถนนตัดเข้าไปยังศูนย์บริการท่องเที่ยวบ้านทุ่งหยีเพ็ง เป็นชุมชนมุสลิมที่เข้ามาตั้งรกรากเมื่อประมาณ 100 ปีที่แล้ว ชื่อหมู่บ้านมาจาก “โต๊ะหยีเพ็ง” บรรพบุรุษที่เดินทางเข้ามาอาศัย อาชีพหลักของชาวบ้าน คือ การทำประมงพื้นบ้านและสวนยางพารา บริเวณรอบชุมชนเป็นป่าชายเลนที่อุดมไปด้วยสัตว์น้ำธรรมชาติมากมาย
กิจกรรมท่องเที่ยวของชุมชน ได้แก่ “ล่องเรืออาบอรุณ” เป็นกิจกรรมล่องเรือไม้แบบไร้เครื่องยนต์ ต้องใช้คนพาย เป็นชาวบ้านในพื้นที่พร้อมทำหน้าที่มัคคุเทศก์ท้องถิ่นไปในตัว เรือจะออกจากท่าเรือของหมู่บ้านแต่เช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ล่องไปในคลองที่โอบล้อมไปด้วยป่าโกงกาง จนถึงปากอ่าวที่เชื่อมกับทะเล จะพอดีกับเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศสีสันของท้องฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากช่วงหัวรุ่งเรื่อยไปจนพระอาทิตย์ฉายแสง พร้อมความเขียวขจีของป่าโกงกาง
กิจกรรมล่องเรืออาบอรุณ มีวันละ 2 รอบ ได้แก่
รอบเช้า เวลา 05.30-07.30 น.
รอบเย็น เวลา 16.30-18.00 น.
เรือพาย 1 ลำ นั่งได้ไม่เกิน 6 คน มีชาวบ้านซึ่งเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่นพายให้และดูแลตลอดทริปอัตราค่าบริการ
กิจกรรมรอบเช้า : ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ คนละ 850 บาท (เดินทางมาที่ท่าเรือเอง) / 1,500 บาท (มีรถของชุมชนบริการรับส่งที่พักกับท่าเรือ)
กิจกรรมรอบเย็น : ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ คนละ 750 บาท (เดินทางมาที่ท่าเรือเอง) / 1,400 บาท (มีรถของชุมชนบริการรับส่งที่พักกับท่าเรือ)
นอกจากนี้ ระหว่างวันยังมีกิจกรรมให้เช่าเรือคายักพายเที่ยวตามลำคลองลัดเลาะไปตามแนวป่าชายเลน ให้บริการระหว่างเวลา 08.00-16.00 น. อัตราค่าบริการ ลำละ 400 บาท นั่งได้ 2 คน
สอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์บริการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านทุ่งหยีเพ็ง โทร. 08 9590 9173 (คุณนราธร ผู้ประสานงานชุมชน)
Gallery
Entrance Fee
No entrance fee required
Stay near เกาะลันตาใหญ่
Best rated places to stay near this location, selected for you.